ใครทุบทอง และทุบไปเพื่ออะไร
ใครทุบทอง และทุบไปเพื่ออะไร
เอามาตั้งเป็นกระทู้ใหม่เผื่อหลายคนยังไม่ได้อ่าน ผมก็อปมาจากเฟซคุณทนง อ่านดูแล้วก็น่าคิดเหมือนกันนะครับ
ไอ้โม่งเทโครม!ขายทองฟิวเจอร์ 5,000 สัญญาจนคอมฯล่มกลางคัน
ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาทองโดนทุบให้ต่ำลงไปในรอบ3เดือนในตลาดCOMEX ที่นิวยอร์ค หายไป$25ต่อออนซ์ใน1-2นาทีเท่านั้น จากการทุบราคาทองของไอ้โม่งเจ้าเดียว ด้วยการขายทองฟิวเจอรส์หรือทองกระดาษโครม!!ทีเดียวเลยถึง 5,000 สัญญาส่งมอบเดือนธันวาคม
การขายแบบเทกระจาดแบบนี้ ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ต้องหยุดชะงักกลางคัน คือหลังจากที่คอมฯดำเนินรายการไปแล้ว 2,700 สัญญา ปรากฎว่ามีอาการแฮ๊งค์ 10 วินาที ในขณะที่สภาพคล่องเหือดหายไป แล้วหลังจากนั้นคอมฯถึงตั้งลำได้ ดำเนินการอีก 2,300 สัญญาที่เหลือ
ทองอยู่ในแดนหมีเนื่องจากความพยายามของกลุ่มดูแลระบบการเงินต้องการรักษาเสถียรภาพของดอลล่าร์ต่อไป ท่ามกลางความวิตกกังวลของการปิดทำการรัฐบาลสหรัฐฯและการถกเพดานหนี้เพื่อไม่ให้สหรัฐฯผิดชำระหนี้ที่ยังไม่คืบหน้า
ราคาทองฟิวเจอรส์กำหนดส่งมอบเดือนธันวาคมตก 2.2% อยู่ระดับ $1,268.90 ต่อออนซ์ในตลาด COMEX ที่นิวยอร์ค หลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบ3เดือนที่ $1,259.60 ต่อออนซ์
thanong
12/10/2013
มีบทวิเคราะห์ออกมาเมื่อปี 2004 เกี่ยวกับ GATA ซึ่งเปิดโฉมไอ้โม่งทุบทองว่าเป็นพวกกลุ่มกลุ่มBank for International Settlemens, เฟด, แบงค์ออฟอิงแลนด์+ธนาคารวานิชธนกิจในเครือข่าย
Gold Anti Trust Action Committee ระบุชัดเจนเมื่อ10 กว่าปีมาแล้วว่า ธนาคารกลางของโลกตะวันตก ร่วมมือกันกับธนาคารวานิชธนกิจในเครือข่ายปั่นราคาทองมาตั้งแต่ปี 1990 จนถึงทุกวันนี้ และตอนนี้พวกนี้เป็นแก๊งพิมพ์เงิน ที่มีเขี้ยวเล็บออกอาวุธอย่างไม่มีวันหมดสิ้นง่ายๆ
แก๊งผู้ร้ายแต่อยู่ในคราบผู้ดีพวกนี้ คือ J.P. Morgan Chase, Goldman Sachs, Deutsche Bank, the Federal Reserve, the Bank of England, and the Bank for International Settlements นอกจากนี้ GATAยังเชื่ออีกว่าExchange Stabilization Fund หน่วยงานกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ก็ร่วมแก๊ง มีส่วนร่วมในการทุบราคาทองมาตลอด ช่วงครึ่งหลังของ1990 แก๊งกลุ่มนี้ทุบทองหนัก เพราะว่าเกิดวิกฤติทองอนุพันธ์หรือทองกระดาษขึ้น สืบเนื่องมาจากเล่นชอร์ตหรือขายล่วงหน้ามากไปเป็นเวลานานหลายปี ตอนนั้นทำท่าปิดสัญญาไม่ลง ธนาคารกลางกลุ่มแองโกลอเมริกันเลยต้องลงมาช่วยกันให้สภาพคล่อง
GATAทนไม่ไหวจึงฟ้องBank for International Settlements และพรรคพวกร่วมแก๊งทุบทอง รวมทั้งFederal Reserve, กระทรวงคลังสหรัฐฯ และธนาคารโลหะ (bullion banks) 4แห่ง ที่มีส่วนร่วมในการทุบและปั่นราคาทอง แต่ศาลไม่รับฟ้อง ตีตกไปในปี2002 ถึงแม้ว่าหลักฐานจะชัดเจน ว่ามีการร่วมมือกันในระดับทางการในการปั่นราคาทอง หรือกำหนดราคาทองในระดับใดระดับหนึ่ง
เชื่อกันว่า มีสาเหตุ 4 ประการ ว่าทำไมแก๊งการเงินกลุ่มนี้ต้องคอยคุมราคาทองอยู่เรื่อยๆ หลังจากยกเลิกระบบมาตรฐานทองคำเมื่อปี1971
1) ราคาทองต้องถูกกดให้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาทองที่แท้จริง สะท้อนเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ทองเป็นหลักทรัพย์ประกันความเสี่ยง ถ้าราคาทองขึ้น แสดงว่าคนเป็นกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ทองราคาตกแสดงว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ แสดงว่ามีความพยายามที่จะปั่นเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารนโยบายการเงินของเฟด เชื่อมโยงกับแบงค์ออฟอิงแลนด์
(2) ราคาทองต้องโดนกดไม่ให้เกิด เพื่อที่จะไม่ให้คนทั่วไปเห็นความอ่อนแอของเงินดอลล่าร์ ที่พิมพ์ออกมาโดยไม่มีหลักทรัพย์อะไรรองรับหลังปี 1971 สหรัฐฯประกาศตลอดมาว่าจะดำเนินนโยบายดอลล่าร์แข็ง (strong dollar policy) เพื่อหลอกให้นักลงทุน สถาบันการเงินหรือธนาคารกลางทั่วโลกให้หลงเชื่อว่าดอลล่าร์มีเสถียรภาพ ถือไปมีแต่ได้กำไรเพราะรัฐบาลสหรัฐฯดูแลความมั่นคง นโยบายดอลล่าร์แข็งก็เป็นการประกาศว่าสหรัฐฯจะเป็นผู้บริโภคนิยม ให้ประเทศต่างๆผลิตสินค้า แล้วสหรัฐฯจะพิมพ์ดอลล่าร์ผ่าน นโยบายดอลล่าร์แข็งเพื่อบริโภคให้สบายใจกันทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค
3. ราคาทองโดนทุบให้ต่ำผิดกลไกธรรมชาติมาตลอดเพื่อให้ทางผู้บริหารนโยบายการเงินของสหรัฐฯสามารถกดดอกเบี้ยต่ำกว่าความเป็นจริง ดอกเบี้ยต่ำทำให้เศรษฐกิจเจริญฟู่ฟ่า เครดิตหมุนเวียนดี สร้างหนี้ไปเรื่อยๆได้เป็นเวลายาวนานในระบบการเงินที่ตั้งอยู่บนรากฐานของหนี้ แสดงว่าราคาทอง เงินเฟ้อ และระดับดอกเบี้ยล้วนแล้วแต่โดนปั่นจากศูนย์กลางการเงินของโลก เชื่อถือไม่ได้ แต่รู้ว่าระดับที่แท้จริงต้องสูงกว่านี้มากอย่างมีนัยะสำคัญ
4. ราคาทองถูกกดให้ต่ำผิดธรรมชาติเพื่อช่วยพวกแบงค์ในเครือข่ายทำธุรกรรมไปตลอดรอดฝั่ง เพราะว่าแบงค์พวกนี้ระดมฟันดิ้งหรือเงินทุนด้วยการยืมทอง ผ่านดอกเบี้ยดอลล่าร์ที่ต่ำ และได้ชอร์ตทองก่อนหน้านี้ เมื่อทองราคาขึ้นพวกนี้จะขาดทุนล้มละลายได้ ธนาคารกลางถึงต้องเข้าไปช่วย
สรุป
ตลาดทองเป็นตลาดปั่น โดนคุมกำเนิดให้มีราคาต่ำผิดธรรมชาติ โดยแก๊งการเงินระดับโลกที่ร่วมมือกันทั้งรัฐและเอกชนที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อ
1. รักษาภาพพจน์ค่าเงินดอลล่าร์เป็นเงินสกุลหลักของโลก
2. กดดอกเบี้ยให้ต่ำผิดธรรมชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดปาร์ตี้ไปได้เรื่อยๆ
3. ให้ดอลล่าร์แข็งผิดธรรมชาติเพื่อบริโภคเกินควร
4. เพื่อกดเงินเฟ้อให้ต่ำเพื่อไม่ให้ประชาชนตกใจว่าเงินเฟ้อเอาไม่อยู่
5. เป็นส่วนหนึ่งของกลไกดูแลระบบการเงินโลกทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การบงการ จะปั่นขึ้น จะทุบลงก็ได้แล้วแต่จะสนุกมือ หรือผลประโยขน์ตัวเองและพวกพ้อง
ถ้าไทยหรือประเทศอื่นๆยังคงเล่นทองในเกมของแก๊งระดับโลกนี้ มีแต่จะหมดตัว เพราะว่าไม่ประสีประสา คิดว่าตลาดทองเป็นกลไกธรรมชาติ จีนและอินเดียฉลาดที่สุด ค่อยๆเก็บทอง physical เป็นเวลานานอย่างอดทน ทุบทองได้ทุบไป แต่ physical ทองต้องส่งมอบ ทำให้จีนและอินเดียมีปริมาณทองคำในประเทศมากที่สุดในโลกแล้ว เมื่อระบบการเงินเปลี่ยนได้จังหวะ จะทิ้งดอลล่าร์ และจะอิงค่าเงินหยวนและรูปีกับทองแทน
ส่วนประเทศไทยจะล่มจมเมื่อระบบการเงินล่มสลายหรือเปลี่ยนขั้ว เพราะไม่มีการเตรียมมาตรการอะไรมารองรับ ถือแต่ทรัพย์สินที่เป็นกระดาษดอลล่าร์
thanong
12/10/2013
เพิ่มเติมอีกหน่อยครับ
ปัจจุบันสหรัฐเป็นหนี้อยู่ 16.7 ล้านล้านตอลล่าร์และกำลังขอเพิ่มเพดานหนี้ เป็นยอดหนี้ที่เป็นทางการ แต่มีนักวิเคราะห์ของอเมริกาหลายคนรวมทั้งนักลงทุนระดับโลกอย่างมาร์ก เฟเบอร์ที่มาเยือนไทยเมื่อเดือนที่แล้วบอกว่าสหรัฐมีหนี้นอกบัญชีอีกประมาณ 100 - 200 ล้านล้านดอลล่าร์ มาร์กบอกว่าอีกไม่เกิน 3 - 5 ปีดอลล่าร์เจ๊งแน่และควรจะเก็บเป็นทองแท่งดีกว่าเก็บเป็นดอลล่าร์ และถ้าจะเก็บในธนาคารก็ให้เก็บในธนาคารของไทย อย่าเก็บในธนาคารของฝรั่งเพราะเมื่อเกิดปัญหาดอลลาร์เจ๊งธนาคารพวกนี้มันจะยึดทองที่เราเก็บไว้ไปด้วย
เอามาให้อ่านเป็นข้อมูลประกอบ จะเป็นจริงตามบทความที่เอามาให้อ่านหรือไม่ก็คอยจับตาดูกันต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น