วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทั้งเฟดและบีโอเจไม่เปลี่ยนนโยบาย ต่างประเทศ วันศุกร์ที่ 01 พฤศจิกายน 2556

ทั้งเฟดและบีโอเจไม่เปลี่ยนนโยบาย

ต่างประเทศ วันศุกร์ที่ 01 พฤศจิกายน 2556 
ผู้เข้าชม : 3 คน 

บีบีซี/รอยเตอร์ส - ธนาคารกลางสหรัฐฯได้ลงมติที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับที่ต่ำเป็นประวัติการณ์เช่นเดิม และยังคงดำเนินโครงการซื้อพันธบัตร 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนต่อไป  ในขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่นก็คงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้เช่นกัน
             การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว  โดยในแถลงการณ์หลังจากการประชุมเป็นเวลาสองวัน เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงเติบโตแต่อยู่ในอัตราปานกลางเท่านั้น
             แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า กิจกรรมเศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราปานกลาง  ในขณะที่ตลาดแรงงานกำลังดีขึ้นเล็กน้อย แต่อัตราการว่างงานยังคงเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯยังคงกดดันต่อนักการเมืองในวอชิงตัน โดยกล่าวว่า นโยบายคลังกำลังเริ่มที่จะยับยั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ
              อัตราดอกเบี้ยจำนองของสหรัฐฯพุ่งขึ้นในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากธนาคารและผู้บริโภควิตกว่าการยุติโครงการซื้อพันธบัตรของเฟดอาจเป็นการยุติเงินกู้ที่หาได้ง่าย
              เฟดยอมรับว่าในขณะที่ไม่วิตกเกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของดอกเบี้ยอีกต่อไป แต่ภาคที่อยู่อาศัยได้ชะลอตัวลงในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ซึ่งบางทีอาจจะเป็นผลมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐฯตั้งข้อสังเกตว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคและธุรกิจได้เพิ่มขึ้น
              เฟดได้สัญญาว่าจะรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ใกล้ศูนย์เปอร์เซ็นต์ไปอย่างน้อยตราบเท่าที่อัตราการว่างงานยังคงสูงกว่า 6.5%  ซึ่งตัวเลขล่าสุดของทางการสหรัฐฯชี้ว่า อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 7.2% ในเดือนกันยายน
              นักลงทุนได้คาดการณ์อย่างกว้างขวางแล้วว่าเฟดจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่การที่เฟดมองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างระมัดระวัง ทำให้หุ้นในวอลล์สตรีทปรับตัวลงเล็กน้อย  โดยดัชนีดาวโจนส์  แนสแด็ก  และเอสแอนด์พี 500 ล้วนแต่ปรับตัวลงประมาณ 0.5% หลังจากที่เฟดออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (30 ต.ค.)
             ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ก็ประกาศคงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เอาไว้เช่นเดิมเมื่อมีการทบทวนนโยบายเมื่อวันพฤหัสฯ (31 ต.ค.)  บีโอเจตัดสินใจที่จะผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ออกมาเมื่อเดือนเมษายนต่อไปโดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มฐานเงินเป็นสองเท่าด้วยการซื้อสินทรัพย์ในช่วง 2 ปีข้างหน้าเพื่อให้เงินเฟ้อเป็นไปตามเป้า ในขณะเดียวกันบีโอเจคงประมาณการเงินเฟ้อผู้บริโภคหลักในปีงบประมาณ 2557 และ 2558 เอาไว้ที่เดิม โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 1.3% และ 1.9% ตามลำดับ
             นอกจากนี้บีโอเจได้ปรับประมาณการเติบโตของปีงบประมาณ  2557 เป็น 1.5% จากเดิมอยู่ที่ 1.3% ซึ่งสะท้อนว่า บีโอเจคาดว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 ล้านล้านเยนของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเพื่อชดเชยผลกระทบจาการขึ้นภาษีในปีหน้าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้  ในขณะเดียวกันก็คงประมาณการเติบโตของปี 2558 ไว้ที่ 1.5%
             อย่างไรก็ดี การส่งออกของญี่ปุ่นลดลง ทำให้เกิดความสงสัยต่อความเห็นของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่คาดว่าการเติบโตทั่วโลกจะช่วยชดเชยได้ทันเวลาต่อผลกระทบที่คาดว่าการใช้จ่ายในครัวเรือนจะลดลงหลังจากรัฐบาลขึ้นภาษี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น