TMBกำไรQ3ท่วม67%
‘มิตซูโฮ’จ่อกุมบังเหียน
บอร์ดโควต้า ING ลาออกเปิดทางทุนญี่ปุ่น
ข่าวหน้าหนึ่ง วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2556 ผู้เข้าชม : 6 คน
ทีเอ็มบีโชว์ผลงานไตรมาสสามกำไรล้น 1,870 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อน รอรับ “มิตซูโฮ” เจ้าของรายใหม่แทนไอเอ็นจี หลังชนะประมูลเสนอราคาซื้อหุ้นละ 3.9 บาท ล่าสุดบอร์ดตัวแทน ING ลาออกเปิดทางแบงก์ญี่ปุ่น ด้านบุญทักษ์ตั้งสำรองเพิ่ม ดัน BIS ทะลุ 16.8%
BIS สูงสุด 16.8%
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (TMB) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/56 ธนาคารและบริษัทย่อยมีผลกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนสำรอง จำนวน 3,311 ล้านบาท และกำไรสุทธิจำนวน 1,870 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 16% และ 67% ตามลำดับเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว และสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2556 กำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนสำรองมีจำนวน 10,448 ล้านบาท และกำไรสุทธิจำนวน 3,938 ล้านบาท ซึ่งเพิ่ม 39% และ 36% ตามลำดับเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรเป็นผลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากการดำเนินงานพร้อมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคาร ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL ratio) ลดลงเป็น 3.8% จาก 4.1% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ธนาคารยังคงรักษาสภาพคล่องในระดับสูง สะท้อนจากอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (Loan to deposit ratio) ที่อยู่ที่ 92% ในไตรมาสนี้ ธนาคารยังคงดำรงสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีระดับความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ภายใต้เกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 16.8% ซึ่งสูงในระบบสถาบันการเงิน เมื่อเทียบกับแบงก์กรุงศรีอยุธยาที่มีเกณฑ์ต่ำสุด ขณะที่กองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ในสัดส่วน 11.2% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งกำหนดไว้ที่ 8.5% และ 6% ตามลำดับ
ในงวด 9 เดือนของปีนี้ ธนาคารมีการเติบโตของเงินฝากประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือ 4.0% จากสิ้นปี 55 ส่วนด้านสินเชื่อ สามารถขยายสินเชื่อได้ประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือ 5.0% จากสิ้นปีที่แล้ว เป็นผลจากขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของสินเชื่อรวมดีขึ้น และเมื่อประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดี ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (Net interest margin: NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 3.0% จาก 2.7% และส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 19% จากปีที่แล้ว
นอกจากรายได้ดอกเบี้ยที่ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอแล้ว ธนาคารได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าเพิ่มเติมบนฐานลูกค้าใหม่ซึ่งได้ไว้วางใจมาใช้บริการของธนาคาร ทำให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และรายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งเมื่อประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจากการที่ธนาคารได้นำ Lean Six Sigma มาใช้กว่า 3 ปี ทำให้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเพียง 6% ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นโดยลดลงเป็น 50% จาก 57% และมีกำไรเพิ่มขึ้น 36% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
จากการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น คุณภาพสินเชื่อยังปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Non-performing loans: NPL) ลดลง 336 ล้านบาทจากสิ้นปีที่แล้ว และสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.5% สำหรับงบเฉพาะธนาคารและ 3.8% สำหรับงบการเงินรวม ทั้งนี้สัดส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ของธนาคารและบริษัทย่อย ณ สิ้นไตรมาส 3/56 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 138% จาก 113% ณ สิ้นปีที่แล้ว
“จากการที่ธนาคารมุ่งที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตรงใจและสร้างคุณค่าที่แท้จริงกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์และบริการธุรกรรมทางการเงิน (Transactional Banking) ธนาคารจึงมีผลการดำเนินงานดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ”
มิตซูโฮย้ำ 3.9 บาท
ด้านมิตซูโฮ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ผู้ชนะการประมูลหุ้น TMB ด้วยราคาสูงสุด 3.9 บาทต่อหุ้น คิดเป็น PBV 2.9 เท่า โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้ครอบครองหุ้น TMB เกินกว่า 50% ซึ่งในกรณีนี้ต้องขออนุมัติจากกระทรวงการคลังและธปท.ในการเข้าถือหุ้น หลังดีลนี้สำเร็จ มิตซูโฮ จะใช้ TMB เป็นฐานในการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมด้านกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมมากที่สุดแบงก์หนึ่ง หลังจากตั้งสำรองมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาสที่ 3 ก็ยังคงตั้งสำรองพันกว่าล้านบาท และยังเหลือกำไรกว่า 1.87 พันล้านบาท
ขณะที่วานนี้ธนาคารทหารไทยแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า นายเจมส์ พาร์คส์ สเตนท์ (กรรมการตัวแทนของกลุ่มไอเอ็นจี) ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคาร กรรมการอิสระ และประธานคณะกรรมการตรวจสอบ มีผลในวันที่ 30 พ.ย.นี้
นักวิเคราะห์ เอสเอ็มบีซี นิกโก้ ซีเคียวริตีส์ อิงซ์ คาดว่า แบงก์มิตซูโฮ แบงก์อันดับสามจากญี่ปุ่น อาจจะสามารถใช้เงินได้ถึง 3 แสนล้านเยน หรือ 3 พันล้านดอลลาร์ สำหรับซื้อหุ้นแบงก์ทหารไทยจากไอเอ็นจีและกระทรวงการคลัง โดยทีเอ็มบีซึ่งมีมูลค่าตลาดสูง จึงดึงดูดความสนใจต่อมิตซูโฮ เพราะลูกค้าบริษัทของธนาคารญี่ปุ่นจำนวนมากมีสินทรัพย์การผลิตในประเทศไทย
วานนี้ราคาหุ้น TMB ปรับตัวลดลง 2.7% มาปิดที่ 2.88 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.6 พันล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีที่ 3.0 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขายกว่า 4 พันล้านบาท
ด้านบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กำไรสุทธิปี 2556 ของแบงก์ทหารไทย จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 249% หลังตั้งสำรองพิเศษไปแล้วในไตรมาสที่สองที่ผ่านมา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น