ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญวันนี้
พรบ.งบปี57ไม่ขัดกม.
โบรกฯมองงบผ่านตลาดหุ้นไปต่อ 1,450 จุด
ข่าวหน้าหนึ่ง วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2556 ผู้เข้าชม : 10 คน

วันนี้ลุ้นศาลฯวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 57 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ “วราเทพ” เคลียร์รัฐไม่เคยตัดงบศาลฯ และหน่วยงานอิสระ ด้านโบรกฯมองวานนี้ตลาดหุ้นไทยพุ่ง 20 จุด มาจากปัจจัยการเมืองหนุน หากวันนี้ศาลฯไฟเขียวหุ้นไปต่อ 1,450 จุด แนะลงทุนกลุ่มธนาคาร ก่อสร้าง ท่องเที่ยว และพลังงาน
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.19 จุด หรือคิดเป็น 1.43% ปิดที่ระดับ 1,429.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 39,972 ล้านบาท มากกว่าตลาดหุ้นอื่นในกลุ่ม TIP ที่บวกไม่ถึง 1% ขณะที่มีแรงซื้อนำหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์ และแบงก์ ตามด้วยกลุ่มพลังงาน พาณิชย์ และขนส่ง โดยนักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยหลักมาจากภายในประเทศ โดยคาดว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 57 จะผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้
โดยวันนี้ เวลา 10.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการแถลงด้วยวาจาก่อนการลงมติและลงมติกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 112 คน ยื่นคำร้องขอให้ศาลฯพิจารณาวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 57 ในมาตรา 27 ในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลปกครอง มาตรา 28 ในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีข้อความขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอให้หน่วยงานดังกล่าว
ด้านนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เผยว่า วันนี้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการแถลงด้วยวาจาก่อนการลงมติ กรณี ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 57 จะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
สำหรับแนวการพิจารณา ว่า หากมีการวินิจฉัยว่า คำร้องในมาตราที่มีผู้ยื่นคำร้องมานั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 ทั้งฉบับ โดยจะมีผลเฉพาะมาตราที่ถูกร้องว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น
แต่หากศาลฯพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายต่อไป อย่างไรก็ตาม ผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลฯในวันนี้
โบรกมองงบ57ผ่านฉลุย
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นต่อ เป็นเรื่องการเมืองในประเทศ ซึ่งวันนี้ศาลฯจะแถลงชี้ขาดเรื่อง พ.ร.บ.งบฯปี 57 น่าจะผ่านไปได้
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์กรุงศรี กล่าวว่า ปัจจัยในประเทศวันนี้จะมีการให้ถ้อยแถลงของศาลรัฐธรรมนูญต่อร่างงบประมาณปี 57 ตลาดเชื่อว่าน่าจะผ่านไปได้ และคดีเกี่ยวกับการแก้ไขที่มาของส.ว.ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องฯ เป็นผลบวกต่อตลาด โดยให้แนวต้าน 1,450 จุด แนวรับ 1,400 จุด
นายยืนยง เทพจำนงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุน-งานลงทุนในตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ศาลฯจะแถลงชี้ขาดเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณปี 57 ซึ่งประเด็นนี้ เชื่อว่าน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี โดยเน้นลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคาร ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ท่องเที่ยว และพลังงาน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนภายในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนต.ค. มองว่า ความผันผวนยังคงมีอยู่ ด้านเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามีโอกาสเช่นกัน หากปัจจัยลบจากนอกและในประเทศเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่า เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ามานั้นจะไม่มากนักก็ตาม
สำหรับปัจจัยสำคัญในการกำหนดการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนดังกล่าว คือ การลดวงเงินเข้าระบบผ่านมาตรการทางการเงิน QE ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการพิจารณาใหม่ในช่วงเดือนต.ค. และเดือนธ.ค. นี้ ทั้งนี้ ยังคงเชื่อว่าเฟดพิจารณาในการปรับลดวงเงินดังกล่าวในการประชุมสุดท้ายในเดือนธ.ค.แน่นอน แม้ว่า ผลประชุมช่วงที่ผ่านมาจะคงวงเงิน QE ก็ตาม ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะหุ้นกลุ่มอาหาร กลุ่มอิเลคทรอนิกส์ และกลุ่มท่องเที่ยว เพราะหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้รับอานิสงส์จากภายในประเทศในการทำกำไรระยะยาว
วราเทพแจงไม่เคยตัดงบ
ด้านนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ว่า ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้นัดแถลงด้วยวาจาและจะมีการลงมติในคำร้องที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส.และส.ว. รวม 112 คน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2557 ในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคมนั้น ทางรัฐบาลยังไม่อยากคาดเดาถึงผลที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่มั่นใจและเชื่อมั่นในการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในคำตัดสินแม้ว่าผลจะออกไปในรูปแบบหรือทิศทางใดก็ตาม เพราะตนเชื่อว่าทุกอย่างมีช่องทางออกตามระบบของรัฐธรรมนูญ
"ยังไม่อยากคาดเดาถึงผลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นคำตัดสินของศาล ขอให้คำวินิจฉัยของศาลออกมาก่อน แต่ทุกอย่างมีแนวทางในการดำเนินการแก้ไขในระบบของรัฐธรรมนูญไม่ว่าศาลจะตัดสินว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ตาม" นายวราเทพ กล่าว
โดยที่ผ่านมาได้ชี้ให้ศาลเห็นถึงการเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนในคำร้อง ที่ผู้ร้องระบุในทำนองว่ามีการไปตัดลดงบประมาณขององค์กรอิสระ และยืนยันว่าการพิจารณาของ กมธ.ไม่ได้เป็นการตัดงบ แต่เป็นเพียงการพิจารณาปรับลดทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วยศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทาง กมธ.ได้มีการปรับลดงบประมาณน้อยมาก เช่น กรณีของศาลยุติธรรม ทาง กมธ.ปรับลดเพียง 10 ล้านบาทเศษในส่วนของที่ดินและสิ่งก่อสร้างจากวงเงินทั้งหมดกว่า 1 พันล้านบาท ในส่วนของ ป.ป.ช.ก็ได้มีการปรับลดงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์เพียง 4 ล้านบาทเศษ จากกว่า 1 พันล้านบาท ส่วนของศาลปกครองก็ไม่ได้มีการปรับลดงบประมาณแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการตัดงบประมาณตามที่ปรากฏเป็นข่าวเลย
ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ชี้แจงในชั้นกรรมาธิการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้ว พร้อมกับเชิญเจ้าหน้าที่จากศาลปกครอง ศาลยุติธรรม และ ป.ป.ช.มาชี้แจงแล้ว และยังได้ไปชี้แจงในชั้นอนุกรรมการทั้ง 3 คณะ ดังนั้นการที่คำร้องระบุว่าไม่เปิดโอกาสให้มาชี้แจงนั้นเป็นการพูดในข้อเท็จจริงหลังจากการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เพราะหากว่างบประมาณของทั้ง 3 หน่วยงานไม่เพียงพอจึงไม่มีการโต้แย้งตั้งแต่ต้น จึงขอย้ำว่ากรรมาธิการได้จัดสรรงบประมาณตามหลักการภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญทุกประการ
ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 มาตรา 168 วรรคแปด ระบุไว้ว่า "รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการบริหารงานโดยอิสระของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ"
มาตรา 169 วรรคเก้า ระบุไว้ว่า "ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามวรรคแปด หากหน่วยงานนั้นเห็นว่างบประมาณรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรให้นั้นไม่เพียงพอ ให้สามารถนำเสนอคำขอแปรญัตติคณะกรรมาธิการได้โดยตรง"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น