วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

งบประมาณศาลเทวา คอลัมน์ วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2556

งบประมาณศาลเทวา

คอลัมน์ วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2556 
ผู้เข้าชม : 9 คน 

นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯถวาย ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ต.ค.
“ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย และพระราชทานคืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่...”
นั่นคือมาตรา 151 ซึ่งมาตรา 291(7) ให้นำมาใช้บังคับกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม
นับไป 90 วัน ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พอดี โดยระหว่างนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง เป็นการล้มล้างการปกครอง “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ตามมาตรา 68 หรือไม่
ประเด็นที่น่าวิเคราะห์ คือ เหตุใดพรรคประชาธิปัตย์  40 ส.ว. และสื่อ จึงดิ้นพล่านพยายามขัดขวางไม่ให้นายกฯ ทูลเกล้าฯถวาย ถึงขั้นกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งที่หากนายกฯ ทูลเกล้าฯถวาย ไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ พรรคเพื่อไทยต่างหากที่จะตกที่นั่งลำบาก
90 วันนับจากนี้จึงน่าจับตา กล่าวได้ว่าพรรคเพื่อไทยเกหมดหน้าตักเล่นเกม “วัดใจ” บีบให้ศาลต้องคิดหนักว่าจะหาทางออกอย่างไร
โปรดสังเกตว่าเพื่อไทยมั่นใจมาก ขนาดนายกฯ ยังมาลงมติรับร่างวาระ 3 ทั้งที่สงวนตัวไว้ก็ได้
ก่อนถึงประเด็นใหญ่ วันศุกร์นี้ศาลต้องวินิจฉัยประเด็นที่ฝ่ายค้านร้องว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะกรรมาธิการไม่พิจารณาคำขอแปรญัตติของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และ ป.ป.ช.
รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 ได้เพิ่มบทบัญญัติที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่มีที่ไหนในโลก
“รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการบริหารงานโดยอิสระของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามวรรคแปด หากหน่วยงานนั้นเห็นว่างบประมาณรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรให้นั้นไม่เพียงพอ ให้สามารถเสนอคำขอแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการได้โดยตรง”
ใครเป็นคนตัดสินว่าเพียงพอ ไม่เพียงพอ ก็ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินไงครับ โดยอ้างว่าปีนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีปัญหาเรื่องของบ จึงไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ปีต่อๆ ไปล่ะ และอย่าลืมว่า 4 ใน 9 ตุลาการมาจากศาลยุติธรรม อีก 2 ท่านเกิดจากศาลยุติธรรมแล้วไปโตที่ศาลปกครอง
ไม่มีที่ไหนในโลกที่ให้ศาลแปรญัตติของบได้เอง ขัดหลักแยกอำนาจ 3 ฝ่ายถ่วงดุลกัน มีแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ที่มาจากรัฐประหาร โดยตุลาการโดดมาร่วมใช้อำนาจและร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล  ร่างมากับมือ แล้วตอนนี้ท่านก็จะตัดสินว่า ศาลยุติธรรมอู่ข้าวอู่น้ำเดิมควรได้งบประมาณเพิ่มหรือไม่
ส่วนราชการทุกกระทรวง ทุกกรม ก็ได้งบประมาณไม่เพียงพอทั้งสิ้น กระทรวงศึกษาธิการก็อยากได้ค่าอาหารกลางวันเด็กเพิ่ม กระทรวงสาธารณสุขก็อยากเพิ่มงบรักษาฟรี แต่ทุกส่วนก็ถูกตัดงบและต้องยอมรับ
ผู้พิพากษา กรรมการองค์กรอิสระ ลงไปถึงข้าราชการตุลาการ เงินเดือนสูงกว่าข้าราชการทั่วไป ผู้พิพากษารับราชการไม่กี่ปีเงินเดือนแสน ข้าราชการศาล องค์กรอิสระ มีเงินเพิ่มพิเศษ ซึ่งแต่ละองค์กรสั่งจ่ายได้เอง เช่น ข้าราชการ ป.ป.ช.ได้เงินเพิ่มซีละ 2,000 บาท ซี 7 ก็ 14,000 บาท
ผู้พิพากษาทำงานไม่กี่ปีเงินเดือนมากกว่าหมอ มากกว่าผู้ว่าฯ เสียอีก ทุกวันนี้ก็สร้างความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว
ที่ผ่านมา การจัดงบประมาณให้ศาล พวก ส.ส.ก็มักอะลุ้มอล่วย ไม่มีใครอยากวิพากษ์วิจารณ์ (ใครจะกล้าพูดให้ผู้พิพากษาเขม่น) แต่ถ้าสร้างมาตรฐานใหม่ ให้ศาลมีอภิสิทธิ์ ก็ไม่แน่เหมือนกัน ต่อไปอาจมีหมูไม่กลัวน้ำร้อน ลุกขึ้นมาชำแหละงบศาล ว่าใช้อะไรกันบ้าง สมมติเช่นไปดูงานเมืองนอก อ๊ะ อ๊ะ อย่าคิดว่ามีแต่ ส.ส. อบจ. อบต. ผู้พิพากษาก็ไปครับ แต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง
ใบตองแห้ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น