Fuji กับ Kodak เมื่อยี่สิบปีที่แล้วแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขาคือ Apple กับ Samsung ในยุคปี 1990 ทุกวันนี้ Kodak ขึ้นสวรรค์ไปแล้ว คำถามคือวันนี้ Fuji มีสถานภาพอย่างไร



ชื่อ:  Screen Shot 2556-10-03 at 9.31.02 PM.png
ครั้ง: 1198
ขนาด:  223.2 กิโลไบต์



Fuji รู้ดีตั้งแต่ปี 1980 ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เป็นผลมาจาก Digital technology เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงกวาดเอา Analog film ให้หมดไปจากโลกในเวลาเพียงสิบกว่าปี สาเหตุที่ Fuji คาดเดาอนาคตได้เป็นผลพวงมาจากการที่ Kodak ประดิษฐ์ Digital camera เป็นคนแรกในโลกในปี 1975 ตั้งแต่ปี 1980 Fuji กำหนด Strategic move 3 ประการ เพืึ่อรับมือกับภัยมืดที่มาจากการเปลี่ยนแปลง

1. พวกเขาต้องรีดเงินจากธุรกิจ Film ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์ในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

2. ผันตัวเองให้มีความพร้อมในเรื่อง Digital camera

3. เบนเข็มไปทำธุรกิจข้างเคียงที่ Fuji เรียกธุรกิจนี้ว่า “Second foundation” หรีอหันไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Film เลย

CEO ของ Fuji ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับองค์กรคือ Shigetaka Komori ตั้งแต่เขามารับตำแหน่งในปี 2000 เขาปรับโครงสร้างขององค์กรขนานใหญ่ ด้วยการลดค่าใช้จ่ายและเลิกจ้างพนักงานจำนวน 5,000 คน การปรับโครงสร้างแบบนี้เป็นสิ่งที่ขัดกับประเพณีิและวัฒนธรรมการบริหารแบบญี่ปุ่น พราะองค์ธุรกิจญี่ปุ่นมีวิธีคิดที่อนุรักษ์นิยม การปรับโครงสร้างครั้งนั้นทำให้เกิด Restructuring cost เป็นเงินกว่า 3,300 ล้านเหรียญ แต่ Komori กล้ากัดฟันทำเพื่อทำให้องค์กรตัวเบา และสามารถเดินหน้าสู่อนาคตใหม่ได้

หลังจากที่ปรับความพร้อมขององค์กรแล้ว Komori ใช้เงินกว่า 9,000 ล้านเหรียญกว้านซื้อธุรกิจต่าง ๆเป็นจำนวน 40 บริษัทเพื่อสร้างฐานธุรกิจใหม่ให้กับองค์กร ธุรกิจที่ Fuji ซื้อนับตั้งแต่ธุรกิจ Health care business ไปจนถึงบริษัท Xerox ซึ่งเป็นธุรกิจบริหารงานเอกสาร แล้วเปลี่ยนชืึ่อบริษัทเป็น Fuji Xerox การครอบงำกิจการแบบสายฟ้าแลบอย่างที่ Komori ทำก็เป็นสิ่งที่สวนทางกับวิธีคิดของผู้บริหารญี่ปุ่นทั่ว ๆไป เพราะโดยธรรมชาติของผู้บริหารญี่ปุ่นจะเป็นพวก Slow but sure

มาดูกันว่าธุรกิจ Second foundation ทาง Fuji มีวิธีขับเคลื่อนอย่างไร เริ่มจากการตั้งคำถาม

Fuji ถามตัวเองว่าเทคโนโลยีในเรื่องการผลิตและดูแล Film ให้มีคุณภาพสดสวยจะ Cross transfer ไปที่ธุรกิจอะไรได้ คำตอบคือธุรกิจ Skin care เพราะ Film กับผิวหน้าของคุณผู้หญิงมีความคล้ายคลืึงกัน

Film โดนแสงก็จะเสียหาย เช่นเดียวกันกับผิวหน้าของผู้หญิงโดนแดดมาก​ ๆ ก็จะมีรอยด่างดำหรีอเป็นฝ้า ที่สำคัญสารเคลือบผิวหน้าของ Film กว่า 50% คือ Collagen ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องสำอางค์ นี่คือเส้นผมบังภูเขาที่ Fuji เปลี่ยนสนามรบ ถ้าพวกเขาดูแล Film ให้มีสีสันสดสวยได้ Fuji ก็น่าจะช่วยคุณผู้หญิงมีผิวหน้าที่เปล่งปลั่งได้เช่นเดียวกัน

Fuji ลงทุนสร้างห้องแล็บที่เมีอง Kaisei แล้วแปรเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิต Film มาใช้ในการพัฒนา Skin care product line พวกเขานำคลังความรู้ที่ตนเองมีสารเคมีกว่า 200,000 ชนิด มี Anti-oxidant 4,000 ตัว (Anti-oxidant คือสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง) มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันผิวหน้าของคุณผู้หญิง

สุดท้ายพวกเขาประสบความสำเร็จในการทำสิ่งที่เรียกว่า Cross industry learning สร้าง Skin care product line ยี่ห้อ Astalift ซึ่งออกวางตลาดในปี 2007 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันยอดขายของ Astalift มีมูลค่า 10,000 ล้านเยน และสินค้าตัวนี้ตอนนี้มาวางขายในประเทศจีนและบางประเทศในทวีปยุโรป และ Fuji ตั้งเป้าว่าภายในปี 2018 ยอดขายของ Astalift จะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านเยน

นี่คือความชาญฉลาดของการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปหาธุรกิจอื่นโดยใช้ทุนเดิมเป็นตัวตั้งต้น

นอกจากนั้น Fuji ตั้งข้อสังเกตุว่า Film ประกอบด้วยชั้นบาง ๆ ถึง 20 ชั้นและมีสารเคมีกว่า 100​​​ ชนิด คำถามคือองค์ความรู้เหล่านี้นำไป Cross transfer ผลิตสินค้าอื่นอะไรได้บ้าง คำตอบคือผลิตเป็น Optical film ที่เคลือบจอ LCD ไม่ว่าจะเป็นจอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ จอ iPad เพราะจอ LCD ถ้าไม่เคลือบ Optical film จะทำให้องศาการมองเห็นภาพในจอมันแคบ คุณประโยชน์ของ Optical film ทำให้องศาการมองเห็นภาพในจอกว้างขึ้นกว่าเดิม

ในปี 2000 Fuji ลงทุนด้วยเงิน 4,000 ล้านเหรียญเพื่อ Cross transfer เทคโนโลยีเดิมของตนเองแปรเปลี่ยนมาเป็นเทคโนโลยีในการผลิต Optical film จากการมองการณ์ไกล ทุกวันนี้ Fuji ครอบครองส่วนแบ่งตลาด Optical film ถึง 80% ในตลาดโลก

ทุกวันนี้ยอดขายของ Fuji มีมูลค่า 2.5 ล้านล้านเยน 45% มาจากธุรกิจที่เรียกว่า Documentation solution ซึ่งเกิดจากรายได้ของบริษัท Fuji Xerox 12% มาจากธุรกิจ Health care operation หมายถึงยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องสำอางค์ 10% มาจาก Optical film และธุรกิจ Film ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมมีส่วนแบ่งเพียง 1%

หัวใจที่ Fuji อยู่รอดและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแรง เกิดขึ้นจากคำเพียงคำเดียว “เปลี่ยนแปลง”

Charles Darwin เคยพูดไว้ว่า “It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent, but the one most responsive to change”



แกะดำทำธุรกิจ