ไอเอ็มเอฟเตือนทั่วโลกจะถดถอย หากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้17ต.ค.นี้
ต่างประเทศ วันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2556 ผู้เข้าชม : 3 คน
บีบีซี - กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟเตือน การผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐจะทำให้ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและจะส่งผลให้เกิดความวุ่นวายมากไปทั่วโลก กระทรวงการคลังสหรัฐจะเริ่มหมดเงินในวันพฤหัสบดี (17 ต.ค.) นี้ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่จะเพิ่มเพดานหนี้ได้ ผู้นำพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันในวุฒิสภาได้หารือกันโดยตรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่มีสัญญาณเพียงเล็กน้อยว่าจะประสบผลสำเร็จ ซีอีโอของเจ.พี. มอร์แกนชี้ไม่อยากจะคิดถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
ครีสทีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า อเมริกาจะต้องเพิ่มเพดานหนี้ก่อนเส้นตายวันพฤหัสบดีนี้ (17 ต.ค.) “หากมีความวุ่นวาย ที่มีความไม่แน่นอนและขาดความไว้วางใจในลายเซ็นของสหรัฐ ก็จะหมายถึงความวุ่นวายไปทั่วโลกและเราตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง”
จิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก ก็แสดงความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ โดยเตือนว่า เหลือเวลาเพียงไม่กี่วันที่สหรัฐจะพ้นจากช่วงเวลาที่อันตรายมากเพราะวิกฤติกู้ยืมของรัฐบาล
คิมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐบรรลุข้อตกลงเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลก่อนที่จะถึงเส้นตายในวันพฤหัสบดี และเตือนว่านี่อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความย่อยยับให้กับโลกได้ และยิ่งใกล้ถึงเส้นตายเมื่อไหร่ ผลกระทบที่จะมีต่อโลกกำลังพัฒนาก็จะมากขึ้นเท่านั้น “การไม่ดำเนินการใดๆ อาจส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ความเชื่อมั่นลดลง และการเติบโตชะลอตัวลง”
หากสหรัฐหมดเงิน อาจเป็นสาเหตุให้สหรัฐต้องผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่น่าจะมีผลกระทบรุนแรงมากต่อตลาดการเงินทั่วโลก รัฐมนตรีคลังจากประเทศอื่นๆ คิดว่า สหรัฐน่าจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ แต่ก็ไม่สบายใจและต้องการให้วิกฤติคลี่คลายโดยเร็ว
วุฒิสมาชิกของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่วุฒิสมาชิก ดิ๊ก เดอร์บิน จากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า เป้าหมายในการบรรลุข้อตกลงอยู่ที่การขยายเพดานหนี้ก่อนที่ตลาดจะเปิดในวันจันทร์ (14 ต.ค.)
ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะทำข้อตกลงเพิ่มเพดานการกู้ยืมในระยะสั้น โดยประธานาธิบดี บารัค โอบามา กล่าวว่า ไม่ฉลาดที่จะถ่วงเวลาไปอีกสองเดือนเหมือนอย่างที่บางคนแนะนำ แล้วต้องผิดนัดชำระหนี้โดยตั้งใจเป็นครั้งแรกในช่วงวันหยุดกลางเทศกาลช็อปปิ้ง
รัฐบาลสหรัฐได้ปิดหน่วยงานเป็นบางส่วนนับตั้งแต่สภาคองเกรสไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ทันเส้นตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยนักการเมืองไม่สามารถตกลงที่จะให้เงินกู้เพื่อการใช้จ่ายในปัจจุบันได้ จึงส่งผลให้พนักงานของรัฐบาลกลางหลายแสนคนต้องกลับบ้านและปิดสำนักงานของรัฐบาลลง
ฝ่ายรีพับลิกันไม่ยอมอนุมัติงบประมาณใหม่หากประธานาธิบดี บารัค โอบามา ไม่ยอมตกลงเลื่อนหรือระงับการสนับสนุนเงินให้กับกฎหมายปฏิรูปสุขภาพปี 2553
แจ็ค ลูว์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้ประเมินว่า ในแต่ละสัปดาห์ที่รัฐบาลปิดตัวลง จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจหายไป 0.25% โดยคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสนี้ซบเซาแล้ว นอกจากนี้ยังได้เตือนว่า การปล่อยให้การเจรจาเกี่ยวกับเพดานหนี้ล้มลง “อาจเป็นอันตรายมาก”
สหรัฐได้ชนเพดานหนี้ 16.699 ล้านล้านดอลลาร์ในขณะนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่กระทรวงการคลังได้ใช้มาตรการพิเศษเพื่อให้มีเงินชำระค่าใช้จ่ายต่างๆได้ แต่มาตรการเหล่านี้จะหมดอายุลงในวันที่ 17 ตุลาคมนี้
ทุกสัปดาห์ กระทรวงการคลังยังได้รีไฟแนนซ์หนี้ 100,000 ล้านดอลลาร์ในรูปของพันธบัตรรัฐบาลที่เรียกว่า treasuries และสหรัฐยังต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อภาระหนี้ก้อนใหญ่นี้ด้วย หากไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือชำระหนี้ตามที่ต้องการได้ จะทำให้สหรัฐผิดนัดชำระหนี้
เจมี ดิมอน ซีอีโอของเจ.พี.มอร์แกน กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ไม่อยากจะคิดถึงผลกระทบที่อาจจะเป็นไปได้ “คุณไม่อยากจะรู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น” “มันจะสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วเศรษฐกิจโลกในวิถีทางที่คุณอาจจะไม่เข้าใจ”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น