วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

‘ซีพีออลล์’ขายหุ้นกู้ ระดมทุนซื้อแม็คโคร การันตี CPALL-MAKRO จ่ายปันผลเท่าเดิม 80-90%

‘ซีพีออลล์’ขายหุ้นกู้
ระดมทุนซื้อแม็คโคร
การันตี CPALL-MAKRO จ่ายปันผลเท่าเดิม 80-90%

ข่าวหน้าหนึ่ง วันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2556 
ผู้เข้าชม : 9 คน 

CPALL เปิด 3 ทางเลือกระดมทุนซื้อหุ้น “แม็คโคร” เริ่มด้วย “ออกหุ้นกู้-ตั้งกองทุนฯ” ส่วน “เพิ่มทุน” เป็นทางเลือกสุดท้าย เหตุกู้แบงก์ เป็นหนี้ระยะสั้น 1 ปี ผู้บริหารเชื่อประชุมผู้ถือหุ้น 12 มิ.ย. 56 แผนซื้อหุ้น MAKRO 65% ผ่านฉลุย การันตีจ่ายปันผลปกติ CPALL อัตราไม่ต่ำ 70-80% ของกำไรสุทธิและ MAKRO อัตราไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิ

นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า บริษัทจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ เพื่อขออนุมัติซื้อหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO และเชื่อว่าจะผ่านไปด้วยดี สำหรับการเข้าถือหุ้นประมาณ 65% จากนั้นบริษัทถึงจะดำเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงินระยะสั้น 12 เดือนตามด้วยการดำเนินการจ่ายเงินและทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) กระบวนการดังกล่าวน่าจะเสร็จช่วงปลายเดือนส.ค.นี้
“ดีลนี้ตามแผนบริษัทมองว่าไม่เกิน 10 ปี หนี้ของบริษัทจะหมด แต่ที่จริงบริษัทไม่ต้องเป็นบริษัทปลอดหนี้ก็ได้ มีหนี้บ้างก็ได้ โดย CPALL ยังไม่ได้ออกหุ้นกู้เลย ดังนั้น อาจมีการออกหุ้นกู้ การตั้งกองทุนฯ อาจทำได้ในอนาคต และบริษัทมีทางเลือกหลายอย่างก่อนที่จะมีการเพิ่มทุน จากสัญญาการขยายธุรกิจและการจ่ายเงินปันผลยังเหมือนเดิม การจ่ายเงินปันผลจะไม่ลดลง โดยปีก่อน CPALL มีการจ่ายเงินปันผล 90 สตางค์ มีการจ่ายปันผลอัตรา 70-80% ขณะที่แม็คโครจ่ายปันผลอัตรา 90% ของกำไรสุทธิ”
โดยสถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุน 7 แห่ง จากเดิมมี 5 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียว และเป็นหนึ่งในผู้จัดการวงเงินสินเชื่อร่วมกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (เอชเอสบีซี) ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารยูบีเอส เอจี ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ตอนนี้มีเพิ่มอีก 2 แห่ง คือธนาคารกรุงไทยและธนาคารกรุงเทพ
“กรณีของบริษัทที่เข้าไปซื้อแม็คโคร จะช่วยเรื่องศูนย์กระจายสินค้าและสินค้าที่สามารถแชร์กันได้ หรือเอาของที่เซเว่น อีเลฟเว่น ผลิตแล้วมาช่วยให้แม็คโครขาดสินค้าน้อยลง จัดว่าเป็นประโยชน์ ภาพรวมทั้งตลาดเดิม นักวิเคราะห์มองราคาไว้ระดับ 500-600 บาท เพราะอยู่ในสมมุติฐานที่ว่าแม็คโครขยายได้ปีละ 3-4 สาขา แต่ปีที่แล้วแม็คโครขยาย 5 สาขา ยอดขายร้านเดิมโตขึ้น 8% ไม่ได้โตแค่ 3-5% เหมือนรายอื่น ขณะที่ไตรมาส 1/56 ยอดขายร้านเดิมรายอื่นๆ โตแค่ 2% ส่วนแม็คโครยังโตเกิน 5%   เมื่อ CPALL เข้าไปเป็นเจ้าของแล้วจะสามารถซัพพอร์ตการเติบโตได้ โดยได้สิทธิ์ในการใช้ชื่อแม็คโครในการขยายสาขาทั้งเอเชีย 11 ประเทศได้”
อย่างไรก็ตาม ปีที่แล้วแม็คโครขยาย 5 สาขา ปีนี้ได้ตั้งเป้า 5 สาขา ตอนนี้เปิดแล้ว 4 สาขา แต่เชื่อว่าแม็คโครสามารถจะขยายได้ประมาณ 6-7 สาขา และในอีก 2-3 ปี น่าจะไปเริ่มเปิดสาขาในต่างประเทศได้ ทั้งลาว พม่า กัมพูชา อีกปีละ 1-2 สาขาได้  ซึ่งน่าจะส่งผลให้แม็คโครมียอดขายเติบโตได้ปีละ 20%
                “แม็คโครเป็นบริษัทไม่มีหนี้ ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจเหมือนบริษัท คือ ใช้เงินซัพพลายเออร์ เป็นเงินทุนหมุนเวียน เหมือนธุรกิจเซเว่น อีเลฟเว่น จึงสามารถเติบโตได้ ประกอบกับแม็คโครมีจำนวนสาขาน้อยมาก สิ้นปีที่แล้ว 57 สาขา มีไม่ครบทุกจังหวัดในประเทศไทยเลยจึงยังขยายได้อีก ขณะเดียวกันมองว่าธุรกิจค้าส่งน่าจะไปต่างประเทศได้ โดยถ้าไปประเทศเพื่อนบ้านการเข้าไปดำเนินธุรกิจค้าส่งน่าทำมากกว่าด้วย และพอเจริญแล้ว จะนำธุรกิจค้าปลีกตามเข้าไป แผนไปขยายสาขาต่างประเทศอีก 2-3   ปีน่าจะไปได้ และขณะนี้แม็คโครไปตั้งบริษัทที่เวียดนามแล้ว เพื่อนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร”
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/56 น่าจะมีทิศทางที่ดี  ซึ่งเป็นไปตามแผน ขณะที่ทั้งปีภาพรวมยอดขายปีนี้เติบโตได้ 15% จากปีก่อน จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมและการขยายสาขาใหม่เพิ่มอีกประมาณ 550 สาขา จากปีก่อน 6,822 สาขา
“กำไรปีที่แล้วประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ปีนี้ CPALLกำไรน่าจะมากกว่าปีก่อนเนื่องจากไตรมาส 1/56 มีกำไรกว่า 3,000 ล้านบาท หากคิดไตรมาสละ 3,000 ล้านบาท ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยมีการขยายสาขา 550 สาขา ส่วนแม็คโครจากที่มีการคาดการณ์กำไรปีนี้น่าจะกว่า 4,000 ล้านบาท โดยในไตรมาส 1 มีกำไรแล้ว 1,000 ล้านบาท”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น