วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

AOTได้ทีบาทแข็ง
สว็อปหนี้หมื่นล้าน
ต้นทุนลด2.9พันล.

ข่าวหน้าหนึ่ง วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2556 
ผู้เข้าชม : 9 คน 

AOT ฉวยวิกฤติบาทแข็งเป็นโอกาส สว็อปหนี้สกุลเงินเยนก้อนใหญ่สุด 10,000 ล้านบาท ทำให้มูลหนี้หายไป 2,900 ล้านบาท ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ้าง TARCO รับงานส่งน้ำมันผ่านท่อสุวรรณภูมิเฟส พร้อมต่อรองขอส่วนแบ่งรายได้และสัดส่วนหุ้นลมเพิ่มเตรียมรับทรัพย์เพิ่มอีก 60-70 ล้านบาทต่อปี

น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ  AOT เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ดวานนี้ (29 พ.ค.) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง รายงานให้ทราบว่าได้ดำเนินการแปลงสกุลหนี้เงินกู้ (สว็อป) จากสกุลเยนเป็นสกุลบาทจำนวน 10,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่สุดของ AOT ทำให้สามารถลดภาระหนี้ลงได้ 2,900 ล้านบาท เหลือหนี้ก้อนดังกล่าว 7,100 ล้านบาท แต่  AOT เหลือหนี้เงินกู้ระยะยาวอีกส่วนประมาณ 7,000 ล้านเยน หรือ 2,000 ล้านบาท ยังไม่ได้พิจารณาว่าจะดำเนินการสว็อปหรือไม่อย่างไร
“กรรมการบริหารความเสี่ยงรายงานให้บอร์ดทราบว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเวลาเหมาะสมมากสำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาท จึงทำการสว็อปหนี้สกุลเงินเยนก้อนใหญ่สุดที่เรามีอยู่ 10,000 ล้านบาท ทำให้หนี้ตรงนี้หายไปทันที 2,900 ล้านบาท ถือเป็นข่าวดีมาก แต่เรายังมีหนี้ก้อนอื่นๆ อีก เช่น เงินกู้ระยะยาวประมาณ 2,000 ล้านบาท ตอนนี้ไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสว็อปหรือไม่” น.ต.ศิธา กล่าว
น.ต.ศิธา  กล่าวต่อว่า บอร์ดมีมติเห็นชอบให้  AOT ว่าจ้างบริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (TARCO) รับงานบริการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านท่อแบบ Hydrant เพื่อรองรับการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 หลังจากที่ TARCO เป็นผู้รับงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 1 อยู่แล้ว โดยให้ใช้อายุสัมปทานรวมกับเฟส 1 ซึ่งได้รับงาน 30 ปี หมดอายุสัญญาปี 2579  โดย TARCO ต้องแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้ AOT 8% ต่อปี หรือประมาณ 15 ล้านบาท
นอกจากนี้ AOT ขอปรับเพิ่มผลจากการรับงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 1 มีทั้งหมด 120 หลุมจอด จากเดิม TARCO แบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้ AOT 2% ต่อปี 12 ล้านบาท เพิ่มเป็น 5% ต่อปี 23 ล้านบาท และให้ AOT ร่วมถือหุ้น 10% ได้ปันผลประมาณ 15 ล้านบาท  เพิ่มเป็น 25% ได้ปันผลประมาณ 37.5 ล้านบาท ซึ่ง AOT จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นจากรับงานเฟส 1 ของ TARCO จำนวน 60.5 ล้านบาทต่อปี และเมื่อเฟส 2 เปิดให้บริการในปี 2560 รายได้ดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก 15 ล้านบาทต่อปี เป็น 75.5 ล้านบาทต่อปี
ก่อนหน้านี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เสนอขอเป็นผู้รับงานเฟส 2 โดยต้องลงทุนถึง 2,800 ล้านบาท เพราะต้องก่อสร้างท่อส่งน้ำมันใหม่อีก 8-10 กิโลเมตร ขณะที่ TARCO ลงทุนเพิ่มอีก 800 ล้านบาทเท่านั้น เพราะมีท่อส่งน้ำมันบางส่วนอยู่แล้ว AOT จึงเลือก TARCO เป็นผู้รับงาน
น.ต.ศิธา  กล่าวเพิ่มเติมว่า บอร์ดยังมีมติเห็นชอบให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิใช้วิธีจ้างเอกชนรับเหมาซ่อมทางขับและลานจอด จากเดิมที่ AOT ใช้วิธีซ่อมแซมเองแบบชั่วคราว และใช้วัสดุที่ไม่คงทน เนื่องจากเห็นว่าการว่าจ้างเหมาซ่อมจะมีความสะดวกและได้มาตรฐานมากกว่า เพราะผู้รับงานต้องการันตีการซ่อมบำรุงด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางขับและลานจอดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีการใช้งานหนักมาก และยังไม่เคยปิดซ่อมใหญ่นับแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2549 ดังนั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเริ่มปิดทางขับและลานจอดบางส่วนด้านฝั่งตะวันออกประมาณกลางเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อดำเนินการซ่อมแซม รวม 110 วัน งบประมาณ 60 ล้านบาท จากนั้นจะเริ่มดำเนินการส่วนที่เหลือซึ่งใช้เวลาประมาณ 200 วัน งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น