วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เปิดโผ8บจ. ยอดขาย-กำไร โต5ไตรมาสติด


เปิดโผ8บจ.
ยอดขาย-กำไร
โต5ไตรมาสติด

ข่าวหน้าหนึ่ง วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2556 
ผู้เข้าชม : 2 คน 

เปิดโผ 8 บจ.ยอดขายและกำไรสุทธิโต 5 ไตรมาสติดต่อกัน ได้แก่ ASK, BAY, GLOBAL, PAP, PT, THANI, TISCO และ TK “ชนิตร” แย้มบจ.ขยายกำลังผลิต เติบโตหลังต้นทุนผลิตต่อหน่วยลดลง

                นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ภายหลังจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 1/56 ปรากฏว่ามี 8 บจ.ที่มีสถิติยอดขายและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 1/55-ไตรมาส 1/56 มีดังนี้ บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL, บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP, บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PT, บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI, บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO และบริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK
                สำหรับปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 1 เติบโตโดดเด่น การเมืองนิ่ง ทำให้การบริโภค การลงทุน และการท่องเที่ยวเติบโตดี การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 23% เป็น 20% ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นและค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้บริษัทเพิ่มการลงทุนด้านเครื่องจักรมากขึ้น รวมถึงเพิ่มการผลิตตาม Demand ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น และความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการหลังจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น วิกฤติเศรษฐกิจต่างประเทศ เหตุการณ์การเมือง เหตุการณ์น้ำท่วม
                “ไตรมาสนี้บริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานมีกำไรมีสัดส่วน 83.52% ของทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนระดับสูง และการเพิ่มขึ้นของกำไรไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่กระจายตัวไปในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งกลุ่มการเงินและภาคการผลิตจริง” นายชนิตร กล่าว
                สำหรับหมวดธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นคือ กลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน (ธนาคาร เงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงบริษัทประกัน) ยานยนต์ พาณิชย์ วัสดุก่อสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การแพทย์ โดยธุรกิจเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก
                อย่างไรก็ตาม หากดูข้อมูลผลการดำเนินงานออกเป็นกลุ่ม SET50 SET51-100 Non-SET100 และ mai พบว่ากลุ่มที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นคือ บจ. ใน mai และ SET51-100
                นอกจากผลประกอบการจะออกมาเติบโตดีแล้ว ฐานะการเงินของ บจ. ยังอยู่ในระดับที่ดีด้วย ดูจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ปัจจุบันอยู่ที่ 1.29 เท่า เปรียบเทียบกับสมัยช่วงวิกฤติปี 40 ที่อยู่ประมาณ 5 เท่า และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเรื่อยมา แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยยังมีวินัยทางการเงินสูง
                ส่วนประเด็นความกังวลเรื่องค่าแรง การชะลอตัวของเศรษฐกิจต่างประเทศ และการแข็งค่าเงินบาท พบว่าหมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวมีสัดส่วนยอดขายและกำไรต่อภาพรวมผลประกอบการของ บจ. เพียงแค่ 11.39% และ 8.63% ซึ่งถือว่าไม่มากและไม่มีนัยสำคัญอะไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น