วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

JASตั้งอินฟราฯฟันด์ ฟาดกำไร4หมื่นล้าน ดันมูลค่าหุ้นเพิ่มอีก 90 สต.-ลุ้นปันผลพิเศษ ข่าวหน้าหนึ่ง วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2556

JASตั้งอินฟราฯฟันด์
ฟาดกำไร4หมื่นล้าน
ดันมูลค่าหุ้นเพิ่มอีก 90 สต.-ลุ้นปันผลพิเศษ

ข่าวหน้าหนึ่ง วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2556 
ผู้เข้าชม : 8 คน 

"JAS" ยิ้ม IFA ประเมินกำไรจากขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอินฟราฯ หลังหักค่าใช้จ่ายและภาษี 35,760-43,360 ล้านบาท  ขณะ "กูรู" คาดเพิ่มมูลค่าหุ้น 0.90 บาท/หุ้น จากเป้าราคาไม่รวมอินฟราฯฟันด์ที่ 11.20 บาท/หุ้น ลุ้นปันผลพิเศษ 1 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจวีเอส ที่ปรึกษาทางการเงิน จำกัด หรือ JVS ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) จัดทำรายงานความเห็นเกี่ยวกับรายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์อันเนื่องมาจากการเข้าทำธุรกรรมกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธุรกิจบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตของบรัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS
โดยประมาณการว่า JAS และบริษัทย่อยจะได้รับเงินจากการระดมทุนในการจำหน่ายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมฯ ประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท หลังหักเงินลงทุนในหน่วยของกองทุนรวมฯ ประมาณ 20,000-23,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการทำรายการประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท สำรองภาษีประมาณ 8,940-10,840 ล้านบาท และเงินลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมเพื่อการส่งมอบสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมฯ ประมาณ 3,800 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะเหลือเงินจากรายการประมาณ 25,760-30,360 ล้านบาท สำหรับการชำระหนี้สินและการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจของบริษัท และคาดว่าบริษัทและบริษัทย่อยจะบันทึกกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ประมาณ 44,700-54,200 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญาเช่า และหลังหักค่าใช้จ่ายและภาษี จะเหลือกำไรสุทธิจากรายการประมาณ 35,760-43,360 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด จำกัด ระบุว่า JAS เผยแพร่ความเห็นที่ปรึกษาการเงินอิสระ (JVS) เรื่องการขายทรัพย์สินและการเข้าทำธุรกรรมกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธุรกิจบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ขนาดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) มูลค่า 60,000-70,000 ล้านบาท โดยที่ปรึกษาฯ ประเมินมูลค่ายุติธรรมทรัพย์สินราว 39,500-47,000 ล้านบาท ทำให้การขายทรัพย์สินครั้งนี้สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมทรัพย์สินราว 1.5 เท่า โดย JAS จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 25 พ.ย. 2556 เพื่อขออนุมัติเข้าทำธุรกรรมและต้องได้เสียงอนุมัติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงที่มาประชุม และมีสิทธิลงคะแนน (ไม่นับส่วนผู้ที่มีส่วนได้เสีย)  
ทั้งนี้ JAS จะได้รับเงินจากการขายทรัพย์สินหลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายราว 25,760-30,360 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าต่อหุ้น 3.60-4.20 บาท ขณะที่กำไรทางบัญชีจากขายทรัพย์สินจะถูกบันทึกแยกกันเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.กำไรจากส่วนต่างมูลค่ายุติธรรมทรัพย์สินกับมูลค่าตามบัญชีปีที่ส่งมอบทรัพย์สิน ประเมินมูลค่าสุทธิหักภาษีได้ 13,000-22,300 ล้านบาท คิดเป็นกำไรทางบัญชีต่อหุ้น 1.80-3.10 บาท และ 2.กำไรจากส่วนต่างราคาขายทรัพย์สินหักมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สิน และเงินลงทุนหน่วยลงทุนฯ ราว 35,760-43,360 ล้านบาท โดยจะทยอยตัดจำหน่ายตลอดอายุสัญญาเช่า ทั้งนี้ การบันทึกกำไรทางบัญชีทั้ง 2 ส่วน จะทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน
ขณะเดียวกันในช่วง 12 ปีข้างหน้า JAS จะมีภาระค่าเช่าทรัพย์สินที่ต้องจ่ายสุทธิให้กองทุน IFF ที่จะทยอยเพิ่มขึ้นจาก 2,600 ล้านบาทต่อปี ไปจนถึง 6,400 ล้านบาทต่อปี โดยที่ปรึกษาการเงินฯ ประเมินผลกระทบจากการเช่าทรัพย์สินต่อผลประกอบการของ JAS จากความเสี่ยงของการทำกำไร หาก EBITDA ลดลงต่ำกว่าค่าเช่าต่อปี โดยในกรณีที่แย่ที่สุด (Worst Case) หากจำนวนลูกค้า ADSL 1.5-2.0 ล้านราย และ ARPU ลดลงต่ำกว่า 560 บาท จากการแข่งขันรุนแรง ขณะที่เราคาดว่า ARPU ของ JASจะไม่ต่ำกว่า 560 บาท และมี EBITDA เฉลี่ย 5,545-7,851 ล้านบาทต่อปี
เบื้องต้นประเมินธุรกรรมครั้งนี้จะทำให้มูลค่าต่อหุ้น JAS เพิ่มขึ้นประมาณ 0.90 บาท จากมูลค่าเหมาะสมไม่รวม IFF ที่ 11.20 บาท นอกจากนี้ การระดมทุนก้อนใหญ่จะเพิ่มอำนาจการแข่งขันรองรับขยายฐานลูกค้าระดับบน FTTX และลดความเสี่ยง ARPU ที่ลดลง เรายังให้น้ำหนักต่อการจ่ายเงินปันผลพิเศษหุ้นละ 0.70-1.00 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 9 -13% แนะนำ “ซื้อ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น