วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ADVANC กำไรลด กับยุทธศาสตร์มดงาน รายงานพิเศษ วันศุกร์ที่ 08 พฤศจิกายน 2556

ADVANC กำไรลด กับยุทธศาสตร์มดงาน

รายงานพิเศษ วันศุกร์ที่ 08 พฤศจิกายน 2556 ผู้เข้าชม : 6 คน 
              ปฏิกิริยาของนักวิเคราะห์ และนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยหลังจากการแถลงผลประกอบการของบริษัทผู้ประกอบกิจการให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่สุดของไทยอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC  ที่มีกำไรลดลงเล็กน้อย ถือว่าค่อนข้างติดลบรุนแรง ดังจะเห็นได้จากคำแนะนำให้ขายหุ้นทิ้ง และการปรับเป้าหมายราคาเสียใหม่ชนิดที่ไม่มีเกรงอกเกรงใจกันเลย ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงรุนแรงทีเดียว (ดูกราฟราคาของ ADVANC)              นักวิเคราะห์เกือบทุกสำนัก มีมุมมองที่แตกต่างกันไม่เป็นเอกภาพเหมือนเดิม แม้ว่าบางสำนักจะยังคงแนะนำให้ซื้อ แต่ก็ลดเป้าหมายราคาลงมาไม่เกิน 270 บาท บางสำนักที่มองโลกในแง่ร้ายก็ระบุว่า มีอุปสรรคค่อนข้างเยอะ ดังนั้น ราคาเหมาะสมควรจะอยู่ที่ 210 บาท และแนะนำให้ขายทิ้งไปเลย
               สถานการณ์ดังกล่าวค่อนข้างแตกต่างอย่างหน้ามือเป็นหลังมือกับหลังการประกาศผลประกอบการในไตรมาสสองหรืองวดครึ่งแรกของปีอย่างลิบลับ เพราะในช่วงนั้น นักวิเคราะห์ทุกสำนักของบริษัทหลักทรัพย์ ล้วนให้คำแนะนำกันว่าราคาเป้าหมายของหุ้นของบริษัทนี้ 300 บาท ถือว่าต่ำเกินไปเสียด้วยซ้ำ
               มุมมองที่เปลี่ยนไปของนักวิเคราะห์หุ้นที่มีต่อ ADVANC นั้น น่าจะเกิดจากการแถลงข่าวของผู้บริหาร นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ที่ระบุว่า ไตรมาสสามของปีนี้ มีรายได้และกำไรสุทธิลดลง แม้ว่าตัวเลข 9 เดือนจะเพิ่มขึ้น โดยให้เหตุผลถึง  สาเหตุหลักจาก 1) อัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่ลดลงจากนาทีละ 1 บาท เป็นนาทีละ 45 สตางค์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา 2) ไม่มีการเปิดตัววางขายโทรศัพท์  high-end รุ่นใหม่ๆ ระหว่างไตรมาสส่งผลต่ออัตรากำไรจากการขายลดลงต่อเนื่อง
                การลดลงของกำไรดังกล่าว ให้ความสำคัญค่อนข้างต่ำกับข้อเท็จจริงที่ว่า กระแสความนิยมสมาร์ทโฟน ซึ่งจะทำให้บริษัทได้รับรายได้จากค่าบริการแบบนอน-วอยซ์ที่เป็นอนาคตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น และการที่บริษัทใช้เงินลงทุนสร้างโครงข่าย 3G ด้วยเม็ดเงิน 19,000 ล้านบาท จากงบประมาณ 3 ปี ที่ตั้งไว้ 70,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงข่ายครอบคลุมถึง 70% ของประชากรในพื้นที่ 77 จังหวัด ด้วยสถานีฐานกว่า 9,500 แห่ง ซึ่งแม้จะกระทบกำไรระยะสั้น แต่จะส่งผลต่อการก้าวกระโดดของรายได้ในระยะยาว
                 นอกจากนั้น การคาดเดาอนาคตของผู้บริหาร ที่ยอมรับว่า สภาพเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวส่งผลให้ผู้บริโภคลดการจับจ่ายใช้สอย จึงปรับลดคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการให้บริการในปีนี้ลงมาที่ 5-6% จากเดิมที่ 6-8% ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง ก็กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลให้เกิดมุมมองในทางลบต่อราคาหุ้นขึ้นได้ เนื่องจากคาดเดาว่ากำไรในไตรมาสสี่จะลดลงไปด้วย
รายได้ และ กำไรสุทธิ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)                                                                                                                                   ล้านบาท 
ไตรมาส 3 ปี 2556 
ไตรมาส 3 ปี 2555 
งวด 9 เดือน 2556 
งวด 9 เดือน 2555 
33,477
33,705
106,960
103,349
กำไรสุทธิ 
8,340.98 
8,786.61  
27,458.17  
26,425.62
กำไรต่อหุ้น
2.81         
2.96        
9.24        
8.89
            นักวิเคราะห์บางสำนัก ระบุแบบฟันธงเลยว่า มุมมองในเชิงลบต่อราคาหุ้นของ ADVANC เกิดจากข้อมูล 3 ปัจจัยสำคัญในอนาคตที่เป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้น คือ
            1) ฐานลูกค้า ADVANC ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างจังหวัดและได้รับกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ           2) อาจต้องตั้งด้อยค่าเงินลงทุน DPC ใน 4Q56 จากสัมปทาน DPC สิ้นสุดตั้งแต่ 16 ก.ย. 56 ทำให้ไม่มีการบันทึกส่วนแบ่งรายได้ แต่จะมีการทบทวนมูลค่าทางบัญชีและอาจต้องตั้งด้อยค่าเงินลงทุน DPC ในไตรมาสที่ 4 นี้เป็นมูลค่าสูงประมาณ 4,479 ล้านบาท           มุมมองทางลบที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่พ้น เพราะโดยข้อเท็จจริงของระยะเปลี่ยนผ่านของธุรกิจนั้น การปรับฐานโครงสร้างของรายได้บริษัทเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ประเด็นหัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่กำไรที่ลดลงในระยะเฉพาะหน้า แต่อยู่ที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในระยะยาว
          ในมุมของยุทธศาสตร์ระยะยาวนั้น จะเห็นได้ว่า  ADVANC เป็นกลุ่มที่เอาจริงเอาจังอย่างมากกับการลงทุนเร่งสร้างเครือข่าย 3G เพื่อหัวหาดเร็วที่สุด เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจในอนาคต ซึ่งจะทำให้ก้าวข้ามยุคสมัยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การลงทุนเครือข่าย 3G ของ ADVANC แม้จะใช้เงินค่อนข้างมาก แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเกิดดอกออกผลค่อนข้างรวดเร็ว เพราะล่าสุด ตัวเลขของผู้ใช้บริการ 3G นั้น พุ่งขึ้นเป็นมากกว่า 12 ล้านเลขหมาย ซึ่งมากกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีเพียง 8 ล้านเลขหมาย
           การเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายใหม่ที่รวดเร็วของเครือข่าย 3G ถือเป็นความสำเร็จที่จะทำให้ในอนาคตจะสามารถทำให้บริการนอน-วอยซ์ซึ่งกำลังมาแรง กลายเป็นสัดส่วนรายได้และกำไรหลักของบริษัทในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ
           ความมุ่งมั่นของ ADVANC นั้นเปรียบได้กับยุทธศาสตร์ชีวิตของมดงานที่ตั้งมั่นกับการแย่งชิงฐานลูกค้า เพื่อเอาชนะคู่แข่งอีก 2 รายในธุรกิจเดียวกัน ในช่วงของธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จาก 2 จี ที่เน้นการสื่อสารผ่านเสียงหรือ voices ไปสู่การสื่อสารด้วยข้อความและภาพ หรือ non-voices มากขึ้นอย่างรุนแรง เกิดการผสมผสานที่เรียกว่าเทคโนโลยี LTE (long-term evolution)
          รูปแบบของการต่อสู้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่าง ธุรกิจบนคลื่นความถี่ 2,100 เมกะเฮิร์ตซที่เน้น non-voice จึงต้องประนีประนอมด้วยคลื่นความถี่ ความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ หรือ 900 เมกะเฮิร์ตซ แบบ voice ซึ่งเป็นรูปแบบของการตลาดที่ต้องช่วงชิงในการสร้างความภักดีของผู้บริโภคอย่างจริงจัง
          หากเทียบแผนการตลาดของทั้ง 3 ค่ายจะเห็นความแตกต่างไม่ยาก (ดูตารางประกอบ)
เปรียบเทียบความแตกต่างทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจ 3 จีของทุกค่าย
ADVANC
เน้น Waggle Dance ก้าวสู่อนาคตโดยไม่ยึดติดกับอดีตมากนัก ถืออดีตเป็นแค่ทางเลือกในการปิดจุดอ่อนเท่านั้น ไม่ลังเลกับเทคโนโลยีใหม่ โดยมุ่งไปที่ธุรกรรมบนคลื่นความถี่ 2,100 เมกะเฮิร์ตซ non-voice เป็นหลัก กะยึดหัวหาดใหม่เต็มรูป
DTAC
เน้น safety first แบบ”ตามองดาว เท้าติดดิน” เพราะยังไม่มีความพร้อมในการยึดหัวหาดตลาดใหม่ มีการลงทุนต่ำ และยังห่วงใยกับฐานลูกค้าเดิมในระบบสัมปทานที่คุ้นเคยกับการสื่อสานแบบเสียง
TRUE
มุ่งสร้างภาพลักษณ์ในใจกลุ่มตลาดบน เน้นเป็นผู้นำทางด้าน dataด้วยการชู 4จี ซึ่งเหมาะสำหรับnon-voices ของลูกค้ากลุ่มน้อยในเขตเมืองใหญ่ในลักษณะ focus group ในขณะที่ความพร้อมด้าน 3จีและอื่นยังต้องการเวลาในการให้บริการ
โดยเฉพาะ4จีนั้น จะต้องเพิ่มจำนวนอุปกรณ์รองรับที่ให้ทางเลือกมากกว่าในปัจจุบัน
             ความแตกต่างดังกล่าว จะเห็นได้ถึงเบื้องหลังแนวคิดของผู้บริหารแต่ละค่ายอย่างชัดเจนว่า มองตลาดและกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอย่างไร เห็นได้ชัดว่า กลยุทธ์ของ ADVANC นั้น จะเน้นเร่งลงทุนเพื่อรุกตลาดยึดหัวหาดไปก่อน เพื่อเก็บเกี่ยวในภายหลัง โดยมุ่งถ่ายโอนลูกค้าในระบบ 2 จี มาสู่ 3 จีให้เร็วที่สุด เป็นไปตามสูตร first com, first serve อย่างชัดเจน ในขณะที่อีกสองค่ายนั้น รีรอในเรื่องของการลงทุน เพราะอยากเก็บเกี่ยวผลจาก 2 จี อีกระยะหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะไม่อยากลงทุนหนักในช่วงแรก เพราะสู้ฐานเงินทุนไม่ได้
            หากพิจารณาแผนการตลาดของ ADVANC จะเห็นชัดเจนว่า มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างมาก (ดูตารางประกอบ)
แผนการตลาด 3 จีของ ADVANC 2556
บริการ
รายละเอียด
คลื่นความถี่
ความถี่2,100 เมกะเฮิร์ซ แต่หากลูกค้าใช้งานนอกพื้นที่ 3 จี จะปรับระบบเป็น 3 จีบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ ให้อัตโนมัติ
แพ็กเกจของผลิตภัณฑ์
iSmartเริ่มต้นที่ 299 บาทขึ้นไป พร้อมแพ็กเกจเสริมหลากรูปแบบ คิดตามระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน
สถานีฐาน (cell sites)
ทันที 5,000 สถานีฐาน ให้บริการครอบคลุม 20 จังหวัดหัวเมืองใหญ่
เป้าหมายลูกค้า
ลูกค้าเดิมทันที12 ล้านราย สิ้นปี 2556 จะมี 15 ล้านราย
อุปกรณ์รองรับ
สมาร์ทโฟนหลายรุ่น (ดูรายละเอียดในเว็บไซท์บริษัท)
งบลงทุน
70,000 ล้านบาท
          ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการไหลของลูกค้าจากคลื่น 2 จี (900 เมกะเฮิร์ตซ และ 1,900 เมกะเฮิร์ตซ) มาสู่ 3 จี (2,100 เมกะเฮิร์ตซ) ในอัตราเร่ง ทำให้จากเดิมเป้าหมายของบริษัทที่จะมีจำนวนผู้ใช้บริการ 3G 8-10 ล้านเลขหมาย จำต้องปรับเป้าหมายใหม่เพิ่มเป็น 10-12 ล้านเลขหมายภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากมีผู้สนใจสมัครใช้บริการ 3G บนคลื่นมากกว่าคาด และช่วยให้มีรายได้เร่งเข้ามาจนบริษัทสามารถขยายโครงข่ายได้เร็วขึ้นกว่าแผนเดิม
           ไม่เพียงเท่านั้น ต้นทุนค่าสัมปทานที่จ่ายลดลงเพราะเปลี่ยนมาเป็นใบอนุญาต (ไม่นับรวมภาษีนิติบุคคลที่ลดลงจาก 23% เป็น 20%) ทำให้บริษัทได้ปรับเป้าหมาย EBITDA margin ของปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 43% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 41-42% เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากอัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่ลดลงจากเดิม 1 บาทต่อนาทีเป็น 0.45 บาทต่อนาที และมีผลตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา และอัตราโรมมิ่งระหว่างโครงข่ายที่ลดลงจากเดิม 1 บาทต่อนาที เป็น 0.6 บาทต่อนาที ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโรมมิ่งที่ลูกค้าระบบ 3G บนคลื่น 2.1GHz ใช้บริการโครงข่าย 900MHz ลดลง
           กลยุทธ์ที่ดูเหมือนจะดึงลูกค้า 3 จี ได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการผนวกพันธมิตรธุรกิจที่สร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ เพื่อรุกสร้างความภักดีจากลูกค้ามากกลุ่ม จึงเป็นโอกาสที่จะส่งผลต่อรายได้ และกำไรของบริษัทในระยะต่อไปที่คาดเดาได้ยากในฐานะที่เป็นผู้นำในธุรกิจดังกล่าวในระยะยาว
            กรณีของ ADVANC ที่มีกำไรลดลงเล็กน้อย และการที่ผู้บริหารออกมาปรับเป้าหมายเพื่อให้สอดรับกับบริบทของธุรกิจอย่างตรงกับความเป็นจริง จึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ เพราะโดยข้อเท็จจริง การย่อตัวของกำไรที่เกิดขึ้น เป็นเพียงขั้นตอน ถอยหลัง 1 ก้าว เพื่อที่จะทะยานไปข้างหน้าอีกหลายก้าวเท่านั้นเอง
            ผลประกอบการ ( ดูผลประกอบการ 5 ปี) ในอดีตที่ผ่านมาของADVANC สะท้อนให้เห็นว่า แม้บางปีจะมีรายได้หรือกำไรลดลง แต่บริษัทนี้ก็ยังคงเป็นบริษัทที่มีกำไรต่อเนื่องมาโดยตลอด  โดยเฉพาะนโยบายจ่ายปันผล 100% หรือมากกว่า ก็ยังคงเป็นจุดเด่นที่ไม่อาจมองข้าม
            ยามนี้ การที่ราคาหุ้นร่วงแรง อาจจะถือเป็นโอกาสมากกว่าวิกฤตเสียด้วยซ้ำ เพราะไม่ค่อยจะมีโอกาสงามในการซื้อหุ้นดีราคาถูกแบบนี้ง่ายนัก

           รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้  สามารถหักกลบผลเสียหายจากการที่ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายจะเพิ่มสูงขึ้น จากการที่บริษัทขยายโครงข่ายที่รวดเร็วกว่าคาด รวมทั้งการเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดจากเดิมที่ประมาณการไว้ 2.5% เป็น 3-3.5% ของรายได้รวม เพื่อทำกิจกรรมการตลาดกับกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น