วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เปิดโผ 60 หุ้น กำไรจากการดำเนินงานสูงสุด

ข่าวหุ้น - กระบอกเสียงอิสระแห่งตลาดทุน:: เปิดโผ 60 หุ้น กำไรจากการดำเนินงานสูงสุด

รายงานพิเศษ วันพุธที่ 25 ธันวาคม 2556
ผู้เข้าชม : 8 คน
ข่าวหุ้นธุรกิจ ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดอันดับบริษัทที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2556 ซึ่งอิงจากอัตรากำไรสุทธิ (profit margin) สูงสุด และทำการคัดเลือกมาแค่เพียง 60 อันดับแรกจากหุ้นทั้งหมดที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยการคัดเลือกครั้งนี้แบ่งออกเป็นหุ้นใน SET 30 ตัว และหุ้นในตลาด mai 30 ตัว ซึ่งปรากฏว่า ความสามารถในการทำกำไรของหุ้นใน SET ดีกว่า mai อย่างชัดเจน

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นหลัก SET จำนวน 30 ตัวแรกทำผลงานได้อย่างโดดเด่น เพราะเมื่อพิจารณาจากอันดับที่ 30 ซึ่งได้แก่ BBL พบว่า หุ้นตัวนี้มีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 28% ส่วนหุ้นในตลาด mai อันดับที่ 30 ซึ่งได้แก่ GFM มีอัตรากำไรสุทธิแค่ระดับ 7.73% ซึ่งเป็นการย้ำให้เห็นว่า ศักยภาพของบริษัทขนาดใหญ่มีมากกว่าบริษัทขนาดเล็ก อันเป็นผลมาจากเรื่องการประหยัดจากขนาด และการใช้ทรัพยากรที่เหนือกว่าเพื่อช่วงชิงโอกาสทางการแข่งขันเป็นสำคัญ

สำหรับหุ้นที่ติดอยู่ใน 5 อันดับแรกของกลุ่ม SET มีดังนี้ 1) INTUCH หรือ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 60.74% โดยมีรายได้จากการขาย 6,824.55 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 11,965.32 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขกำไรสุทธิทำได้มากถึง 11,089.10 ล้านบาท

อันดับ 2) TTW หรือ บริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิ 49.53% มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 3,872.30 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 2,960.14 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 2,221.04 ล้านบาท

อันดับ 3) BECL หรือ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิ 47.77% มีรายได้จากการขาย 5,940.66 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 5,521.24 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ทั้งสิ้น 4,600.26 ล้านบาท 4) EASTW หรือ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิ 37.42% มีรายได้จากการขาย 2,918.39 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 1,486.00 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ทั้งสิ้น 1,107.50 ล้านบาท

อันดับ 5) BAFS หรือ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิ 37.38% มีรายได้จากการขาย 1,968.19 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 1,156.60 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ทั้งสิ้น 840.71 ล้านบาท

ส่วนหุ้นที่ติดอยู่ใน 5 อันดับแรกของกลุ่ม mai มีดังนี้ 1) BROOK หรือ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิ 53.13% มีรายได้จากการขาย 429.10 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีอยู่ที่ 241.39 ล้านบาท เบ็ดเสร็จบริษัทมีกำไรสุทธิ 278.75 ล้านบาท 2) MONO หรือ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิ 38.43% มีรายได้จากการขาย 1,081.84 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 478.56 ล้านบาท เบ็ดเสร็จบริษัทมีกำไรสุทธิ 437.00 ล้านบาท

และ 3) AF หรือ บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิ 29.76% มีรายได้จากการขาย 126.94 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 58.82 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิทำได้ในระดับ 47.46 ล้านบาท 4) TMW หรือ บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิ 23.41% มีรายได้จากการขาย 2,418.23 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 572.22 ล้านบาท ขณะที่ทำกำไรสุทธิได้ทั้งสิ้น 511.76 ล้านบาท

อันดับ 5) TNDT หรือ บริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) มีอัตรากำไรสุทธิ 22.30% มีรายได้จากการขาย 258.92 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีอยู่ที่ 58.80 ล้านบาท แต่กลับโชว์ตัวเลขกำไรสุทธิได้สูงถึง 58.52 ล้านบาท จึงเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่นักลงทุนน่าจะติดตาม หลังตัวเลขกำไรสุทธิออกมาค่อนข้างดี

ประเด็นที่นักลงทุนต้องขบคิดให้แตกก็คือ ผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนออกมาค่อนข้างดีก็จริง แต่ตัวเลขในไตรมาส 4 ปี 56 จะดีตามเป้าที่ผู้บริหารวางไว้หรือไม่ ยังไม่มีใครออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ถึงกระนั้นข้อมูลข้างต้นที่นำเสนอก็ทำให้นักลงทุนรู้ว่า นี่คือหุ้นกลุ่มแรกๆ ที่นักลงทุนควรหันมามอง หากคิดจะถือหุ้นข้ามปี

โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ตลาดกำลังผันผวนจากปัจจัยภายนอกที่หาความแน่นอนไม่ได้นั้น หุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งเท่านั้นจะเป็นหุ้นที่ประกันได้ว่า ราคาหุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่าพื้นฐานของบริษัทมากเกินจำเป็น และหากจะถึงเวลาที่ปัจจัยลบจากภายนอกหมดไป หุ้นของบริษัทเหล่านี้ก็พร้อมจะทะยานขึ้นไปหาจุดที่เหมาะสมและยุติธรรมสำหรับราคาในยามปกติเสมอ

เหตุผลที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ บริษัทเจ้าของหุ้นเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง

posted from Bloggeroid

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น