วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

SNIPER TRADING MINDSET

SNIPER TRADING MINDSET

gun-726344_1280
Sniper Trading คือ เป็นการเทรดแบบเน้นความแม่นยำสูง และมีความเสี่ยงสูง คล้ายกับการซุ่มยิงของสไนเปอร์ คือถ้ายิงเค้าไม่โดนเราก็เป็นฝ่ายถูกยิงเสียเอง ต้องอาศัยการฝึกฝนที่ชำนาญอย่างมากในการหาจังหวะเข้าซื้อที่ปลอดภัยที่สุด และต้องใช้เวลาฝึกค่อนข้างเยอะ อาจจะต้องอาศัยการเฝ้าสังเกตตลาดทุกวัน อย่างน้อยใช้เวลา 6-12 เดือน แต่คนที่ฝึกทักษะการเทรดแบบนี้จะทำตัวเองให้เป็นเครื่องผลิตเงินสดชั้นดีนี่เอง วันนี้จะมาพูดถึงกรอบความคิด(mindset) ของคนที่จะฝึก Sniper Trading ซึ่งสำคัญมาก เพราะถ้ามีกรอบความคิดที่ผิด ก็ยากที่จะสำเร็จในแนวทางนี้

ตลาดคาดเดาไม่ได้

หลายคนคิดว่าตลาดสามารถพอจะคาดเดาทิศทางได้ มันคือการถูกบางส่วน เราอาจจะพอคาดเดาแนวโน้มได้ แต่เราไม่สามารถคาดเดาจุดที่ตลาดจะไปได้อย่างถูกต้องทุกครั้ง ถึงแม้ตลาดจะมีแรงขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เราคาดเดาได้แต่ก็อาจจะมีแรงขายจากเหตุการณ์ที่เราไม่คาดฝันทำให้แนวโน้มของตลาดเปลี่ยนไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นการเทรดแบบสไนเปอร์จะพยายามฝึกอ่านแรงส่งของตลาดระยะสั้นและไม่คาดเดาตลาด แต่จะลื่นไหลไปตามตลาดระยะสั้นโดยการขายเมื่อเริ่มเห็นแรงขายที่บ่งชี้ถึงความน่าจะเป็นในการกลับตัวของราคาเพื่อปิดความเสี่ยง

เล่นสั้นไม่รวย

ความคิดนี้เป็นกันเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเกิดจากความยากของการเทรดระยะสั้น บางคนมีความเชื่อฝังหัวเลยว่าเล่นสั้นยังไงก็ไม่รวยและเราจะเป็นผู้แพ้ตลอด ซึ่งอันนี้ไม่จริงแน่นอน ผมมองว่าเล่นสั้นนั้นรวยได้ แต่ต้องใช้ทักษะและความอดทนในการฝึกฝนสูง แต่ไม่ว่าจะเล่นสั้นหรือยาวมันขึ้นอยู่กับจริตของแต่ละคนมากกว่า ว่าชอบเล่นแบบไหน การเล่นสั้นนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้สำหรับทุกคน คนที่เหมาะกับการเทรดแบบนี้ต้องหลงใหลในการเอาชนะตลาดด้วยการเก็งกำไรระยสั้นเสียก่อน ชอบเอาชนะในเกมและสนุกไปกับมันทุกวันโดยไม่ใช่คิดแต่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว

เครียดกับสิ่งที่ไม่รู้

เคยเป็นไหมเวลาตั้งใจจะซื้อหุ้นแต่ไม่ได้ซื้อ แล้วก็มาเสียดายหรือเครียดว่าทำไมไม่ซื้อ หรือพอขายไปแล้วคิดว่าหุ้นจะลงแรงเลยรีบขายทำกำไรนิดหน่อย แต่หุ้นดันขึ้นไปรุนแรงหลังจากที่รอมานาน เครียดกับราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปต่อหน้าเราโดยที่เราไม่ได้ทำอะไร แล้วส่วนใหญ่ก็จะมาพูดว่า “รู้ยังงี้ซื้อก็ดี” หรือว่า “ไม่น่ารีบขายเลย” ซึ่งในขณะที่ก่อนหน้านั้นเราไม่ได้คิดแบบนี้ และเราคิดว่าการตัดสินใจของเรายอดเยี่ยมแล้ว แต่พอทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิดเราก็มาเครียด เราต้องเรียนรู้การปรับพฤติกรรมและกลยุทธของเรามากกว่าจะมาตีโพยตีพาย เพราะจริง ๆ เราไม่รู้อนาคตข้างหน้าหรอกว่ามันจะเป็นยังไง เราควรจะเอาบทเรียนเหล่านี้มาปรับเปลี่ยนกลยุทธเราในการคิดมากกว่า เช่น เวลาเราคิดจะขายหุ้นให้คิดต่อว่าถ้าหุ้นไม่ลงอย่าที่เราคิด เราจะกล้าเข้าไปซื้อต่อหรือไม่ แล้วเราจะรับความเสี่ยงได้แค่ไหน พยายามเรียนรู้สิ่งที่เราพลาดไปมากกว่ามานั่งโทษอะไรที่ควบคุมไม่ได้

อย่ามองแค่ตัวเลขตรงหน้า

คนส่วนใหญ่เลยมองแค่กราฟหรือตัวเลขตรงหน้าที่วิ่งขึ้นลง แล้วก็พยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนการขึ้นลงเหล่านี้แล้วก็เทรด แต่การเทรดแบบสไนเปอร์ จะมองให้ลึกกว่านั้นก็คือ มองแรงซื้อแรงขายที่อยู่เบื้องหลังว่าเกิดจากความโลภและความกลัว หรืออาจจะเกิดจากการชี้นำราคาของเงินที่ไหลเข้ามาในขณะนั้น แล้วจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาเพื่ออ่านแรงซื้อแรงขายที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นแล้วก็ตัดสินใจแบบรวดเร็วในการซื้อขาย โดยไม่ไปพยายามหาเหตุผลอะไรมากมายหรือข่าวอะไรที่มาสนับสนุนความเชื่อ แต่จะอ่านอารมณ์ตลาดเป็นหลัก ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนมากสำหรับทักษะนี้ เนื่องจากไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวในการทำนายตลาด เหมือนกับการอ่านแรงลมในยามที่ชาวประมงออกไปหาปลากลางทะเลต้องใช้ประสบการณ์และประสาทสัมผัสส่วนตัวในการมองหาแรงลมเพื่อที่จะไปยังแหล่งที่มีปลามากที่สุดและหลีกเลี่ยงอันตรายจากพายุที่อาจจะต้องได้เจอ

ความยืดหยุ่นในความคิด

บางสถานการณ์เราอาจจะเจอสถานการณ์ที่เราคาดไม่ถึง บางทีอาจจะไม่เป็นอย่างที่แผนเราคาดไว้ ในบางครั้งการที่เราปรับแผนในการซื้อขายบางส่วนในระหว่างเทรดเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะบางจังหวะเราเห็นว่าหุ้นย่อลงมาแตะแถวจุดที่เราตัดขาดทุน แต่เรารู้สึกถึงสัญญาณกลับตัวบางอย่าง เราอาจจะแก้สถานการณ์โดยซื้อเพิ่มอีกไม้ ซึ่งไม่เป็นสิ่งที่ผิด แต่เราควรจะตระหนักไว้ด้วยว่า สิ่งที่เราทำส่วนใหญ่มันดีพอแล้วหรือยัง เช่น ถ้าเราแก้เกมในระหว่างเทรดบ่อยแต่กลับขาดทุนเยอะ แปลว่า สัญชาติญาณเรายังไม่ดีพอ เราก็ควรจะปรับความคิดเราซะใหม่ แต่ถ้าเราเทรดเยอะพอ เราจะเห็นว่าการทำบางอย่างที่ไร้เหตุผล มันช่วยทำให้เราทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องก็มี เพียงแต่ต้องอย่าไร้เหตุผลแบบไม่มีขอบเขต เช่น การอัดเต็มหน้าตักหรืออะไรทำนองนี้ ยืดหยุ่นได้แต่ยังอยู่ในกรอบความเสี่ยงที่เราคาดการณ์ไว้เสมอ อาจจะเทรดน้อยลงสักหน่อยเผื่อไว้รองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้นได้

บทส่งท้าย

การเทรดสั้นและเทรดยาวจะมีกรอบความคิดบางอย่างที่ขัดแย้งกัน และบางอย่างอาจจะตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะเอามาปนกันไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้วการมีกรอบความคิดที่ถูกต้องของการเทรดแต่ละแบบสำคัญมากในการประสบความสำเร็จในระยะยาว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น