วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

STECจ๊าก!วิเคราะห์มั่ว คว้างานกทม.4,500ล้าน

STECจ๊าก!วิเคราะห์มั่ว
คว้างานกทม.4,500ล้าน

2015-10-01 12:00:00
ผู้เข้าชม : 2

เอ็มดี STEC ร้องจ๊าก!  ข่าวมั่ววิเคราะห์ตั้งสำรองขาดทุนพันล้านรัฐสภาแห่งใหม่สร้างล่าช้า ลั่นบันทึกความเสียหายไปหมดแล้วในไตรมาส 2/58 ยันไม่มีตั้งสำรองเพิ่มในงบครึ่งปีหลัง ล่าสุดคว้างานอุโมงค์ระบายน้ำของกทม.มูลค่า 4,500 ล้าน

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า กรณีโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มูลค่า 12,000 ล้านบาท  ซึ่ง STEC เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ประสบปัญหาก่อสร้างล่าช้านั้น จนมีข่าวและนักวิเคราะห์คาดการณ์ออกมาว่า บริษัทต้องมีการบันทึกขาดทุน 1,000 ล้านบาท และทำให้กำไรสุทธิของบริษัทลดลงอย่างมากนั้น
บริษัทขอเรียนว่าในช่วงไตรมาส 2/58 ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการตั้งสำรองขาดทุนล่วงหน้าในโครงการดังกล่าวทั้งหมดแล้ว จำนวน 579 ล้านบาท และจะไม่มีการตั้งสำรองขาดทุนจากโครงการดังกล่าวในผลประกอบการงวดไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ ยกเว้นหากมีอะไรที่นอกเหนือจากที่คาดการณ์เข้ามาอีก แต่เบื้องต้นจะไม่มีการบันทึกขาดทุนอะไรเพิ่มเติมอีกจากโครงการดังกล่าว
ขณะเดียวกันบริษัทได้มีการดำเนินการในการยื่นหนังสือเรียกร้องขอค่าชดเชยความเสียหายในโครงการดังกล่าวกับทางภาครัฐไปแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ และอาจจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรกว่าที่ภาครัฐจะมีการจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับทางบริษัท ดังนั้น เบื้องต้นบริษัทจึงได้มีการตั้งสำรองขาดทุนไปก่อนในช่วงไตรมาส 2/58 ที่ผ่านมา
ดังนั้นบริษัทขอให้ความมั่นใจกับผู้ถือหุ้น และนักลงทุนว่า ผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 นี้จะไม่ออกมาเลวร้ายอย่างหลายฝ่ายคาดการณ์ เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เพียงโครงการเดียว แต่บริษัทยังมีหลายโครงการที่ดำเนินการได้ปกติ และมีการรับรู้รายได้และกำไรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็สามารถชดเชยกับความเสียหายโครงการดังกล่าวได้ เพราะขณะที่ในช่วงไตรมาส 2/58 มีการบันทึกตั้งสำรองขาดทุน บริษัทยังมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 325.75 ล้านบาท และครึ่งปีแรกของปี 2558 ก็ยังมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 645.71 ล้านบาท
นายภาคภูมิ กล่าวต่อว่า วานนี้ (30 ก.ย.) บริษัทเพิ่งได้รับงานใหม่เข้ามา โดยได้ลงนามในสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท กับทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีระยะเวลาก่อสร้าง 1,400 วัน โดยจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปี 2559 หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 58 ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสำนักงบประมาณ มูลค่าโครงการ 1,617 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานสูง 30 ชั้น และชั้นใต้ดิน 3 ชั้น ระยะเวลาก่อสร้าง  900 วัน
ทั้งนี้ จากการได้งานใหม่เข้ามาจะทำให้บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปี (2558-2560) และในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังมีรอเซ็นสัญญางานก่อสร้างของเอกชนอีกประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีลุ้นที่จะได้รับงานก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ 2 สายที่จะเปิดประมูลในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ คลอง 19-แก่งคอย มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งวานนี้ (30 ก.ย. 58) บริษัทได้เดินทางไปร่วมยื่นซองประมูลไปแล้ว และเปิดซองประมูลในวันที่ 5 พ.ย.นี้  และโครงการรถไฟทางคู่ ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น มูลค่า 26,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่จะทยอยเปิดประมูลออกมาเรื่อยๆ ในอนาคต ซึ่งบริษัทก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลทุกโครงการอย่างแน่นอน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น